Fanfiction

HBD to WinterWind + Fic.Hetalia "Lion" Part I

posted on 14 May 2009 20:04 by berzentyle  in Fanfiction

 

Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นโดยมีต้นแบบตัวละครจากประเทศต่างๆ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับเหตุการณ์หรือบุคคลจริงแต่ประการใด ขอให้เปิดใจให้กว้างในการรับชม

 

 

ลืมจั่วหัว  = =

 

 

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลง

 

 

 

 

 

 

HBD to หม่อมแม่ค่ะ

 

 

 

 

ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีเงินเต็มกระเป๋าไปจวกโดเป็นเพื่อนหม่อมลูก พาโฮกอะไร

ทั้งหลายทั้งแหล่ได้ตลอดปี มีแฟนเด็กสมใจ

 

 

 

 

 

 

 

ไม่รู้จะให้อะไร ในเมื่อพาโฮก MAD ก็เขียนฟิคประกอบให้ซะเลย

 

 

ก่อนอ่านให้บิวด์อารมณ์กันก่อนเล็กน้อย 555+

 

 

 

 

 

ตอนดูร้องไห้เพราะอินจัด เพลงก็เพราะมากจนต้องไปขุดมา (7 ปีที่แล้วนู่น...)

 

 

 

 

 

Hetalia Fanfiction - Lion Part I

By berzentyle

 

 

 

 

ความว่างเปล่า...

 

 

"ฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว"

 

 

มือเล็กๆที่เคยไขว่คว้า...

 

 

"ไม่จำเป็นต้องมีคนดูแล"

 

 

เสียงที่เคยเรียกชื่อฉัน...

 

 

"อาเธอร์"

 

 

มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว...

 

 

 

 

หลังบานประตูภายในห้องโล่งกว้าง พื้นไม้สีน้ำตาลที่เคยถูกขัดเงาอย่างดี บัดนี้มีแต่ฝุ่นผงเกาะหนา เฟอร์นิเจอร์ที่เคยตั้งวางไว้คอยอำนวยความสะดวกได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปไม่หลงเหลือสภาพของสถานที่ที่เคยมีคนอยู่ ข้าวของทั้งหลายที่เคยตั้งวางประปรายถูกเก็บไว้ในกล่องสีน้ำตาลหลายกล่องและถูกปิดด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา สิ่งมีชีวิตที่เหลืออยู่มีเพียงชายผู้เป็นเจ้าของผมสีทองผู้เป็น ‘เจ้าของ' สถานที่แห่งนี้

 

 

สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ...

 

 

‘อาเธอร์ เคิร์กแลนด์' ผินกายกลับมาหลังจากทอดสายตามองไปด้านนอกผ่านบานหน้าต่างข้างกายที่ถูกเปิดออก นัยน์ตาสีเขียวไหวระริกเมื่อมองดูสภาพห้องที่ไม่เหลือเค้าเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างถูกย้ายออกไปหลังจากที่เจ้าของ ‘ที่แท้จริง' ได้จากไป

 

 

เมื่อมองไปรอบๆจะพบแต่ความว่างเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไป คือ... ภาพแห่งความทรงจำ

 

 

เงาของ ‘เด็กคนนั้น' ยังคงปรากฏอยู่ทุกหนแห่งในบ้านหลังนี้ รอยรูปวาดบนกำแพงยังคงเห็นเด่นชัดเหมือนเหตุการณ์เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน เมื่อเขาเข้าไปห้ามเด็กคนนั้นก็จะเริ่มเบะปากและร้องไห้เหมือนทุกๆครั้ง สุดท้ายจากคำดุก็แปรเปลี่ยนเป็นคำปลอบใจให้หยุดร้องไห้เสียใจ ...เขาทนเห็นน้ำตาของเด็กคนนั้นไม่ได้

 

 

บนเคานเตอร์ที่ถูกตั้งไว้ใกล้ห้องครัวขนาดเล็กกะทัดรัดเคยมีเก้าอี้วางอยู่สองตัว แน่นอนว่าหนึ่งคือของเขา ส่วนอีกหนึ่ง... คือที่ประจำของเด็กน้อยแสนซุกซน อาสาป้อนข้าวเขาทั้งๆที่มือเล็กนั่นยังจับช้อนได้ไม่มั่นคงเลยแท้ๆ

 

นัยน์ตาเรียวยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวมั่นคงอย่างที่เจ้าตัวพึงกระทำอยู่ทุกเมื่อ แต่หากมองลงไปให้ลึกกว่านั้น ความเจ็บปวดและเศร้าโศกเสียใจคือสิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่า เขาเคยมองเด็กตัวน้อยผมสีทองจากมุมสูง แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขากลับต้องเป็นฝ่ายแหงนหน้าเพื่อจะมองใบหน้าแสนคุ้นเคยส่งยิ้มให้

 

 

รอยยิ้มที่เขาไม่มีวันลืม

 

 

 

ไร้เดียงสาดังเช่นวันวาน... แต่ไม่อาจสัมผัสถึงประกายในดวงตา

 

 

มองตรงมาที่เขา... แต่เหมือนกับทะลุผ่านไป

 

 

แสดงถึงเส้นทาง...  ที่เจ้าตัวเป็นผู้เลือก

 

 

รอยยิ้มที่เจ้าตัวไม่เคยรู้... ว่ามันทำร้ายใครบางคนได้มากแค่ไหน

 

 

"ฮึก..."

 

 

ร่างโปร่งทรุดตัวลงกุมหน้าอก มือทั้งสองข้างที่ยันพื้นไว้เพื่อพยุงตัวกำหมัดเข้าหากันแน่นจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากผิวเนื้อ แต่เจ้าตัวกลับไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย เพราะมีสิ่งที่เจ็บยิ่งกว่า...

 

 

แหมะ

 

 

หยดน้ำใสตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วงจนเกิดรอยด่างดวง มือขวายกขึ้นแตะลงบนหยาดน้ำที่ไหลอาบแก้ม

 

 

...เขาร้องไห้?

 

 

น้ำตาของเขากำลังไหลออกมามากมาย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็เคยร้องไห้มาตั้งหลายครั้งเวลาเด็กคนนั้นมีอันตราย อย่างปีนขึ้นไปบนต้นไม้จนเกือบตก หรือถือมีดเดินไปมาในบ้าน

 

 

แต่ว่ามันเจ็บเหลือเกิน...

 

 

เจ็บกว่าหลายเท่า

 

 

มือขวาผละจากใบหน้าและขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีขาวตรงตำแหน่งหัวใจจนเกิดรอยยับ ฝ่ามือสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมตามอารมณ์ความเจ็บปวดที่เริ่มรุนแรงจนหอบหายใจ น้ำตาไหลลงมาจากหางตามากขึ้นเรื่อยๆจนผิวแก้มมีแต่คราบน้ำสีใสยาวเป็นทาง ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง

 

ภาพความทรงจำในวันนั้นเด่นชัด... พอๆกับภาพความทรงจำของเมื่อวันวาน

 

 

วันที่ ‘อัลเฟรด เอฟ โจนส์' เอ่ยคำว่า ‘อิสระ' ออกมาแทนที่จะเป็นคำว่า ‘มาเล่นกันเถอะ'... สิ่งแรกที่เขาทำคือยืนนิ่งงัน สมองไม่อาจประมวลคำพูดของคนตรงหน้าไปได้ชั่วขณะ ในขณะที่เขากำลังยืนนิ่งไม่ไหวติง ร่างของคนตัวสูงใหญ่ที่เจริญเติบโตแซงหน้าผู้เลี้ยงดูได้เข้ามากอดเขาไว้เต็มอ้อมแขน ร่างโปร่งบางเบิกตากว้างก่อนจะระดมกำปั้นทุบไหล่เจ้าของอ้อมกอด

 

 

"เฮ้ย!! จะทำอะไรน่ะ"

 

 

แม้จะทุบแล้วทุบอีกแต่อีกฝ่ายก็ยังคงกอดเขาไว้อย่างนั้นแถมยิ่งดิ้นมากเท่าไหร่อ้อมกอดก็ยิ่งโอบรัดรุนแรงขึ้น จนในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ยืนอยู่เฉยๆให้อีกฝ่ายตระกองกอดอยู่อย่างนั้น

 

 

อ้อมกอดยามเมื่อเด็กน้อยยังเยาว์วัยดูอบอุ่น

 

 

แต่ทำไมตอนนี้ เขาถึงรู้สึกได้เพียงความเยียบเย็น

 

 

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครทราบนอกจากนาฬิกาลูกตุ้มที่แขวนอยู่บนฝาผนัง ร่างสูงค่อยๆปล่อยมือออกอย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการจะจดจำเวลานี้ไว้ให้ได้นานที่สุด นัยน์ตาสีฟ้าที่มองตรงมาเด็ดเดี่ยวมั่นคงอย่างที่เขาไม่เคยเห็น ก่อนที่คนตรงหน้าจะค่อยๆโน้มตัวลงมา

 

 

"ฉัน........."

 

 

เขาเบิกตากว้าง

 

 

เสียงกระซิบที่ริมหู... เปรียบดังสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงมากลางใจ

 

 

ทำไม...?

 

 

ทำไมนายถึง...?

 

 

เขามองหน้าอีกฝ่ายอย่างต้องการยืนยันถึงความหมายของประโยคนั้น ร่างกายสั่นเทาขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลำคอแห้งผากทั้งๆในตอนนี้ก่อเกิดคำถามมากมายในใจ แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือ ทำไม...?

 

 

นัยน์ตาร้อนผ่าวเมื่อได้เห็นคำตอบที่เด่นชัดผ่านทางดวงตาสีฟ้าใสอีกคู่ เขาไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวเองตะโกนอะไรออกไปบ้าง แต่เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองตามอีกฝ่าย... แผ่นหลังกว้างใหญ่ค่อยๆเดินห่างออกไป

 

 

ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน

 

 

น้ำตากำลังบดบังทุกสิ่ง

 

 

อยากจะพูดออกไป

 

 

แต่แม้เสียงก็ไม่อาจเปล่งออกมา

 

 

เพียงหลับตาลงชั่วครู่

 

 

ภาพตรงหน้าคือความว่างเปล่า

 

 

 

เด็กน้อยของเขา...

 

 

 

จากไปแล้ว

 

 

 

คำว่า ‘จมกองน้ำตา' คงไม่มากเกินไปที่จะใช้อธิบายเหตุการณ์ในวันนั้น เขาไม่อาจรับรู้อะไรอย่างอื่นนอกจากภาพของร่างสูงที่เดินหันหลังให้เขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เพียงเพราะคำว่า ‘อิสระ'...

 

 

นายคงจะอึดอัดมากสินะที่อยู่กับฉัน

 

 

ทั้งๆที่...

 

 

 

"อึก... ฮึก...."

 

 

ยิ่งคิดถึงเท่าไหร่ น้ำตาแห่งความเสียใจก็ยิ่งไหลออกมา พอเขามองไปรอบๆห้องความเจ็บก็จะยิ่งทวีคูณ ภาพความทรงจำที่ไหลย้อนกลับมาทำให้เขารู้สึกเจ็บเจียนตาย เป็นครั้งแรกที่อยากจะให้ตัวเองตายลงไปซะตรงนี้เพื่อให้พ้นจากความเจ็บปวด ...แต่เขาไม่กล้า

 

 

เขากำลังหวัง

 

 

หวังว่าเด็กคนนั้นจะเดินกลับมาหาเขาอีกครั้ง

 

 

แต่มันคงเป็นได้แค่ฝันยามเขาหลับ

 

 

และเมื่อตื่น... ก็ต้องเผชิญกับความจริง

 

 

ผมสีทองนั่น...

 

 

นัยน์ตาสีฟ้านั่น...

 

 

และแผ่นหลังที่ดูทระนงองอาจ...

 

 

 

จากไปแล้วจริงๆ...

 

 

 

 

 

ทำไม...?

 

 

 

 

 

 

 

หยดน้ำตาจากฟากฟ้า... ไหลผ่านบานหน้าต่างสีเขียวหม่น

 

 

 

...ลงมาอีกครา

 

 

 

.

.

.

.

.

 

 

To be continued on 4, July 2009

ทำไมต้องเป็นวันนี้นะ~  เคะ เคะ

(มี 2 ตอนนะคะ เพราะ YAM แมร่งก็ไม่ปั่น SBYS ก็ไม่ได้ต่อ..)

 

 

 

 

 

ให้ฟิคเศร้าเป็นของขวัญคงไม่ว่ากัน = =;

 

เพราะถึงยังไงก็รักเบย์เอย์

 

 

(ไม่ได้เกี่ยวเลย)

 

 

 

 

มีข้อผิดพลาดอะไรตรงไหนขออภัยด้วยค่ะ ปั่นด้วยความเร็วเพราะรีบนอน (2 ทุ่ม?)

ถ้าอ่านยากจะไปบอกโคนัทสึให้นะคะ(ฮา)