Blog Action Day - นิทาน "โลกละลาย"
posted on 15 Oct 2009 12:25 by berzentyle in Lifestyle
กาลครั้งหนึ่ง ในระบบสุริยจักรวาล
ดวงดาวสีฟ้าได้ก่อกำเนิดขึ้นท่ามกลางความหวังของหมู่มวลมนุษยชาติ
ดวงดาวดวงนี้แปลกมากที่สุด
เพราะมีทุกอย่าง ทั้งน้ำ อาหาร อากาศ และผู้คนอาศัยอยู่
ดาวดวงนี้มีชื่อว่า 'โลก'
โลกมีความสุขมากในแต่ละวันที่ได้ปกป้องและดูแลผู้คนที่เขารัก
ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดที่จะทำอันตรายแก่ผู้คนอันเป็นที่รัก โลกก็ปกป้องและดูแลเสมอมา
แม้จะเป็นอุกกาบาต สัตว์ร้ายที่มีพลังทำลายมหาศาลไม่มีใครทัดเทียม
ก็ยังไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศของโลกได้
โลกจึงได้ให้สัตย์สาบานไว้ว่า จะคงอยู่เพื่อทุกคนตลอดไป..
จวบจนกระทั่ง เวลาผ่านมาเป็นเวลาหลายพันปี โลกก็ยังคงอยู่
คอยปกปักรักษาผืนดิน ผืนน้ำ และผืนฟ้าที่เขารัก
โลกรู้สึกดีใจที่ได้เกิดมา และทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น
แต่แล้ว...
เมื่อประชากรมนุษย์เพิ่มมากขึ้น โลกก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง
อยู่ดีๆโลกก็รู้สึก 'ร้อน'
โลกทั้งสงสัยและสับสน ระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
แต่โลกก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะโลกคิดว่ายังไงมนุษย์ทุกคนที่เขาช่วยเหลือ
จะต้องหาทางช่วยเขาอย่างแน่นอน
10 ปี ผ่านไป..
โลกก็ยังรู้สึกร้อนอยู่เหมือนเดิม และเหมือนความร้อนจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้น
จนโลกเริ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา
20 ปี ผ่านไป..
ระยะเวลาไม่ได้ช่วยให้โลกหายร้อน สิ่งที่เขารู้สึกอยู่ตลอดเวลา
คือความร้อนภายในตัวเอง และหยาดเหงื่อที่เริ่มไหลมากขึ้นและมากขึ้น
จนมาวันหนึ่ง..
ผมเส้นหนึ่งของโลกได้ร่วงลงไป!! ทำให้โลกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
แต่ถ้ามันจบแค่นั้น คงไม่อาจมีสำนวน Bad things happen in three's
ผมของโลกทยอยร่วงลงมาทีละเส้นๆ
จนในที่สุดก็หมดลง
โลกเริ่มร้องไห้ และร้องหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงนั้นดังจนแม้แต่ดาวพลูโตก็ยังพลอยเศร้าไปด้วย
แต่น่าแปลก.. ประชากรบนโลก กลับไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงนั้นแม้แต่คนเดียว
โลกยังคงร้องไห้ไปอีกนานแสนนาน จนแม้แต่เจ้าของนิทานเรื่องนี้ก็ไม่อาจจำระยะเวลาได้
เวลาผ่านไปเท่าใดไม่อาจมีผู้ใดทราบ
จนในที่สุด..
.
.
.
วันนั้นเป็นวันที่ประวัติศาสตร์คงต้องจารึกไว้ว่า
ทุกคนบนโลกต่างส่งเสียงเอะอะโวยวาย ไม่เว้ยแม้แต่ตัวตุ่นที่อยู่ในดิน หรือนกที่อยู่บนฟ้า
ทุกคนต่างร้องตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า..
"โลกหายไปไหน??"
คงไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริง
ยกเว้นพวกคุณนั่นแหละ!!
.
.
.
ปัจฉิมลิขิต1
พยานตุ่นตัวหนึ่งได้ให้ปากคำกับตำรวจว่า "ผมรู้สึกเหมือนแผ่นดินสะเทือนเหมือนกำลังคำราม
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นและฝนตกเหมือนใครสักคนกำลังร้องไห้ มารู้ตัวอีกทีก็ไม่มีโลกเสียแล้ว"
ปัจฉิมลิขิต2
ความจริงแล้วพระอาทิตย์และพระจันทร์คอยเฝ้าดูโลกมาตลอด ทั้งสองเห็นและได้ยินทุกอย่าง
ในใจเต็มไปด้วยความสงสาร แต่ไม่อาจช่วยอะไรโลกได้เลย
สิ่งที่พวกเขาทำได้มีเพียงแค่บอกกล่าวตำนานเรื่องนี้ให้แก่ผู้คนที่ได้พบเจอ
เพราะอย่างน้อยคำว่า 'ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย' จะได้ไม่มีวันเป็นจริง




จบแล้วค่ะกับนิทานเรื่องนี้^^ เราก็วาดรูปไม่ค่อยเก่ง(ดูจากผลงานก็รู้แล้ว ฮ่าๆ)
แต่ก็อยากจะถ่ายทอดนิทานเรื่องนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ ความจริงแล้วเรารู้มาจากพระจันทร์แหละ
ตอนที่ผมของโลกร่วงลงไป เราอยากจะสื่อว่ามีหลายสิ่งที่กำลังบ่งบอกเราว่าตอนนี้
โลกกำลังร้อนเกินไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสังเกตถึงมันได้เลย
จนท้ายที่สุดก็ไม่มีทราบว่าโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่กับมันมาตั้งแต่เกิดจนโตนั้นหายไปไหน
ยังไงก็ฝากให้ทุกๆคนคำนึงถึงเรื่อง 'โลก' กันให้มากกว่านี้
เพราะบางทีนิทานเรื่องนี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ใครจะรู้ แต่มันเคยเกิดขึ้นจริงๆนะพระจันทร์บอก
รักโลกกันให้มากขึ้นนะจ๊ะ~~





ชอบมากเลยฮับ!!!
ในข้อคิดดีมาก ><
#1 By Ki-chikirin on 2009-10-15 14:05