[07-Ghost Fanfiction] Stay by your Side Part.IV

posted on 25 Apr 2009 23:51 by berzentyle  in Fanfiction

 

 

 โคนัทสึ๊ !! TAT

 

 

 

 

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมโผล่มาแบบโหยหวน เมื่อวานไม่มีใครเสร็จทันเที่ยงคืนค่ะ อ๊ากกกกกก~~

อนึ่งมาจากการโยนขี้กันไปมา จนลืมฟิค = =... (สมควรว้อย!!!)

บทลงโทษอันแสนจะระทม จับตัวละครที่อีกฝ่ายชอบมายำ...

 

 

 

โชคดีนะโคนัทสึลูกแม่ ... อาเมน

 

 

 

ตอนต่อไปคือาทิตย์หน้านะคะ

You are Mine ตรูยังไม่ได้ต่อเลย...

 

 

 

 

 

 

 

 

ลืมบอกไป ชื่อเรื่องย่อของเรื่องนี้คือ สบายส์(SBYS) นะคะ^^

 

 

 

 

ทุเรศมาก...

 

 

 

 

 

Part I

Part II

Part III  by  Rayrin << จิ้ม

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title -Stay by your side

Author – Berzentyle & Rayrin

Rating – PG (มีเพิ่มขึ้นลงตามอารมณ์ผู้แต่งทั้งสองค่ะ โฮะๆ)

Pairing – Mikage x Teito

Summary – เพราะมีนายในวันนั้น ถึงมีฉันในวันนี้ มือที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดนี่ ถูกชะล้างให้สะอาด
ด้วยฝีมือนาย...เพราะนายคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ฉันมี

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

*หมายเหตุ* - ผู้เขียนขอเปลี่ยนจากการนอนรวมในเรื่อง เป็นห้องพักเดี่ยวที่อยู่กันเป็นรูมเมทนะคะ เพื่อสะดวก
ต่อฉากเรทการดำเนินเรื่องในบางส่วน

 

 

 

 

 

 

 
 

Part. IV

 

 

   

มือที่กำลังจะเปิดประตู้ห้องพักชะงัก พลางหันไปมองด้านข้างตน

 

 

 

เจ้าหนูคนนั้นนี่... มาอยู่ที่นี่ได้ไง

 

 

ผมหันไปมองก่อนจะยิ้มให้ตามปกติ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำหน้าบูดบึ้งอย่างกับจะไปฆ่าใครให้ตายเหมือนเดิม คงจะหลงทางหาห้องไม่ถูกอยู่ล่ะมั้งคิดได้ดังนั้นแล้วก็ไม่สนใจ มือที่ชะงักค้างกลางอากาศเมื่อครู่ยื่นต่อไปข้างหน้าหวังจะเปิดประตูห้องพักตน

 

 

หมับ!

 

 

ผมหยุดกึก ดวงตาสีน้ำตาลทองคู่ใสกะพริบตาถี่ๆอย่างมึนงง พลางมองมืออีกข้างที่โผล่มาทับฝ่ามือของตนเองบนลูกบิดประตูสีเงิน ก่อนจะไล่สายตามองไปเรื่อยๆจนถึงใบหน้าของเจ้าของมือปริศนานั้น

 

 

เจ้าหนูนี่... อีกแล้วเรอะ

 

 

คนข้างๆเกิดอาการตากระตุกขึ้นมาฉับพลัน นัยน์ตาสีเขียวกำลังจ้องเขม็งมาทางผมและเหลือบมองไปที่มือที่ถูกซ้อนอยู่ด้านล่างเป็นเชิงให้ปล่อย แต่เรื่องอะไรเขาจะต้องทำตาม เจ้าหนูนี่ไม่ใช่หรอกเหรอที่กำลังทำตัวเป็นผู้บุกรุกห้องคนอื่นน่ะ

 

 

นายทำอะไรน่ะเจ้าหนู หลงทางอยู่หรือไง

 

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่หลังประโยคนั้นผมเหมือนเห็นลูกศรพุ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งตรงเข้าปักที่อกด้านซ้ายของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ

 

 

หลงทางจริงๆด้วย...

 

 

เมื่อผมไม่ยอมปล่อย อีกฝ่ายก็ยิ่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจนเหมือนอาจารย์แถมจ้องกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้อีกต่างหาก นิสัยเหมือนเด็กจริงๆสิให้ตาย... ถ้าไม่ได้ใส่เครื่องแบบนักเรียนอยู่เขาคงคิดว่าคนตรงหน้าหลุดมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กที่ไหนสักแห่ง

  

ด้วยความที่ผมไม่อยากให้เกิดการจ้องมองกันจนลูกตาแทบปลิ้นอยู่นี่ต่อไปบวกกับความขี้เกียจทะเลาะกับเด็ก จึงเป็นฝ่ายยอมปล่อยมือออกจากลูกบิดประตูที่ถ้ามันพูดได้คงจะบอกว่า เมื่อไหร่เอ็งสองคนจะเข้าไปเสียที

 

 

ปึง!

 

 

พอมือของคนข้างตัวเห็นว่าเขาปล่อยปุ๊บ ก็รีบบิดลูกบิดอย่างรวดเร็วและผลักบานประตูเข้าไป สงสัยคงกลัวไม่ได้เข้าห้อง...

 

 

ผมเดินตามคนตัวเล็กกว่าเข้ามา และค่อยๆเคลื่อนสายตาสำรวจไปรอบๆห้อง ห้องนี้มีขนาดพอเหมาะที่จะอยู่ได้สองคน หน้าต่างบานหนึ่งคั่นกลางระหว่างเตียงนอนทั้งสองที่อยู่ห่างจากผนังตรงข้ามกัน บนผ้าคลุมเตียงสีขาวมีหมอนและผ้าห่มสีเดียวกันวางตรงตำแหน่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  ตู้ไม้สีน้ำตาลสำหรับใส่เสื้อผ้า 2 ตู้อยู่ถัดไป และยังมีโต๊ะเขียนหนังสือสำหรับทำการบ้านและทบทวนบทเรียนตั้งอยู่ปลายเตียงทั้งคู่

  

 ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นห้องน้ำที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ เพียงแค่ผมละสายตานิดเดียว คนที่เข้ามาก่อนก็รีบเข้าไปสำรวจในนั้นราวกับกลัวว่าผมจะแย่ง ผมยิ้มขำที่มุมปาก คนที่กำลังทำตัวเป็นนักสำรวจห้องน้ำหันขวับ

 

 

 

นายขำอะไร

 

 

ก็เปล่านี่ แต่ไม่นึกว่าในโรงเรียนนายร้อยจะมีคนชอบทำตัวเป็นนักสำรวจด้วย โดยเฉพาะ... ห้องน้ำผมพูดพลางยักไหล่

 

 

ผมเห็นเส้นเลือดลนขมับของเจ้าหนูปูดออกมา แถมยังมองซะตาเขียวปั้ด ก่อนที่สมาชิกที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่รูมเมทของเขาเดินไปหยิบสัมภาระของตัวเองที่อยู่ตรงมุมซ้ายของห้องแล้วเริ่มทำการรื้อเสื้อผ้าอออกมาและเก็บมันเข้าตู้

 

  

สรุป... เจ้าหนูคนนี้คือรูมเมทของเขาจริงๆสินะ

 

  

ผมเกาศีรษะแกรกก่อนจะไปหยิบกระเป๋าของตัวเองออกมาบ้าง  สิ่งที่อยู่ภายในคือบรรดาของใช้จำเป็นที่แม่ของเขาเป็นผู้จัดให้ด้วยตัวเอง ทั้งแปรงสีฟัน ยาสีฟัน หรือกระทั่งเสื้อผ้าที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยจนไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของกระเป๋าใบนี้คือผู้ชาย เขาอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้... อีกนานเลยสินะกว่าจะได้กลับบ้าน

 

  

หลังจากเก็บของต่างๆและจัดให้เข้าที่เข้าทางแล้วผมจึงปิดประตูตู้เสื้อผ้าลง พอหันไปมองคนผมสีน้ำตาลข้างๆก็เห็นว่าขึ้นไปกลิ้งเล่นบนเตียงเสียแล้วทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับยิ้มให้หวังจะทักทาย แต่... เจ้าหนูนี่มันเห็นหน้าเขาแล้วเกิดปวดท้องหนักขึ้นมาหรือยังไงไม่ทราบ รีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วกับชุดนอนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที

 

 

อะไรของเจ้าหนูนี่กันนะ...

 

  

หลังจากเพื่อนร่วมห้องที่เขาเริ่มจะยอมรับได้แล้วว่าจะต้องอยู่ด้วยกันจริงๆเข้าไปห้องน้ำ ผมก็นั่งเล่นบนเตียงของตัวเองไปพลางๆ ผมหยิบกรอบรูปไม้สีน้ำตาลที่ถูกประดับด้วยลวดลายงานฝีมือของน้องสาวขึ้นมาดู พลางลูบกระจกใสอย่างแผ่วเบา ในแววตาสะท้อนรูปของครอบครัวๆหนึ่ง ตรงกลางที่มีม้านั่งสีน้ำตาลตั้งไว้ถูกจับจองโดยหัวหน้าครอบครัวหรือพ่อ ข้างๆกันคือหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่กำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ด้านบนหรือด้านหลังของคนในภาพ คือ เขาที่ใส่ชุดนักเรียนนายร้อยกำลังกุมไหล่ของแม่ ส่วนข้างๆคือน้องสาวคนสุดท้องที่เกาะแขนเขาอีกต่อ

 

 

 

  

ภาพแห่งความสุข...

 

 

 

 

ที่ไม่รู้จะได้เห็นมันอีกเมื่อไหร่...

 

 

 

  

กริ๊ก!

 

 

 

  

เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ผมจึงวางกรอบรูปในมือลงบนโต๊ะเขียนหนังสือตามเดิม ก่อนหันหน้าไปมองเพื่อนร่วมห้องอีกคนที่ก้าวออกมาในชุดนอน เจ้าตัวเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สีขาวขยี้หัวสีน้ำตาลที่เพิ่งสระผม จนจากที่ยุ่งอยู่แล้วจึงยุ่งเข้าไปใหญ่แล้วไม่ใส่ใจมันอีก

 

 

 

ผมที่มองอยู่รู้สึกฉงนกับการกระทำของคนตรงหน้า อีกฝ่ายที่รู้ตัวว่าถูกมองก็หันหน้ามาพลางส่งสายตาเป็นคำถามว่ามีอะไร

 

 

 

ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไปกับคำถามของสายตานั่น แต่เดินฉับลุกจากเตียงที่นั่งอยู่แล้วจับแขนคนตัวเล็กกว่าให้นั่งลงบนเตียงของอีกฝ่ายพร้อมกับแย่งผ้าเช็ดตัวในมือไป

 

 

 

 นายทำบ้าอะไร!!!?” คนตัวเล็กกว่าถามอย่างตื่นตระหนกกับการกระทำของผม  ผมยังคงเฉย ก่อนจะนั่งคุกเข่าและกางผืนผ้าสีขาวออกอย่างเต็มความยาว และยกมือทั้งสองข้างขึ้น เหลือบไปเห็นคนที่อยู่ด้านหน้าตนหลับตาปี๋ก็ทำให้อดหัวเราะไม่ได้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเพราะยิ่งเขาไม่ทำอะไรก็ดูเหมือนจะตัวหดลีบเล็กลงเรื่อยๆ  

 

 

 

พรืด~

 

 

  

ร่างเล็กค่อยๆลืมตาข้างขวาขึ้นมา เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเขียวที่กำลังลังเลใจว่าจะลืมตาดีหรือไม่ และเมื่อเห็นผมกำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มความสามารถจนริมฝีปากไม่สามารถเม้มเป็นเส้นตรงได้อีก ใบหน้าคนผมสีน้ำตาลก็แดงก่ำและจะลุกขึ้นอาละวาด แต่ผมมือไวกว่า...

  

 

หมับ!

 

 

 

ผมคว้าข้อมือร่างตรงหน้าไว้ได้ทันก่อนที่จะได้ลุกมาปะทะฝีปากกัน ด้วยความไม่ระวังตัวทำให้คนตัวเล็กกว่าเสียหลักล้มลงมาในอ้อมแขนที่ยังถือผ้าเช็ดตัวกางไว้ พอเงยหน้าขึ้นมาก็หวังจะอ้าปากด่าทันที ผมจึงรีบชิงความได้เปรียบ  พรึ่บ!  ผ้าสีขาวถูกวางลงบนหัวสีน้ำตาลยุ่งนั้นอย่างเบามือ ก่อนที่ผมจะค่อยๆขยับนิ้วมือทั้งสองข้างให้ทั่วศีรษะร่างเล็ก ใช่... ผมกำลังเช็ดผมให้เขา  นัยน์ตากลมโตสีเขียวใสของคนตรงหน้าจ้องมองมาอย่างตะลึงที่จู่ๆผมก็เอาผ้ามาคลุมหัวและเช็ดผมให้ ที่น่าแปลกคือไม่มีการขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เปลือกตาค่อยๆปรือลงอย่างคนกำลังมีความสุข เสียแต่ใบหน้านั้นไม่ได้มีรอยยิ้ม  

 

 

 

การเช็ดผมยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้าในความคิดของผม แต่ถึงอย่างนั้น... ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากหยุดเวลาตรงนี้เอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

 

 

  

พอเห็นว่าผมสีน้ำตาลเริ่มปราศจากหยดน้ำที่เกาะพราวในทีแรกและแห้งจนเป็นที่น่าพอใจ ผมก็ผละมือออกและคืนผ้าเช็ดตัวให้อีกฝ่ายไป ร่างบางเล็กไม่ได้พูดอะไรออกมา เสี้ยวหน้านั้นยังเรียบเฉยก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปตากผ้าเช็ดตัวเหมือนกับเมื่อสักครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

  

ผมยักไหล่และลุกไปหยิบข้าวของเครื่องใช้เพื่อเตรียมตัวทำความสะอาดร่างกายบ้าง เนื่องจากวันนี้บางวิชามีภาคปฏิบัติทำให้เหงื่อที่เสียไปตอนฝึกกลางแจ้งเป็นกลิ่นติดตามตัวและเสื้อผ้า ผมเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนจะปิดประตูและกดล็อค

 

 

 

  

เสื้อผ้าค่อยๆถอดลงไปกองที่ปลายเท้า ผมหยิบมันขึ้นมาและนำไปพาดไว้กับราวด้านข้าง สายน้ำจากฝักบัวช่วยให้ร่างกายรู้สึกชุ่มชื่นหลังจากการเรียนอันเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน... ถึงบางวิชาเขาจะหลับก็เถอะ ผมหลับตาและค่อยๆลูบไล้ไปมาทั่วใบหน้า รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุในวัยเด็กเป็นที่ไม่สามารถลบเลือนให้หายไปได้ทำให้ยังคงปรากฏร่องรอยมาจนถึงบัดนี้ สายน้ำไหลผ่านเส้นผมสีทองเปียกชุ่มที่ระใบหน้า ก่อนจะร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงไปจนถึงร่างกายสมส่วนดูแข็งแกร่งสมชายชาตรีที่หลายคนคงนึกอิจฉาถ้ามาได้เห็น

 

 

 

 

  

“…..”

  

 

 

 

ผมขมวดคิ้ว เหมือนได้ยินเสียงใครพูดอะไรบางอย่างแต่ฟังไม่ถนัดเพราะเสียงสายน้ำดังกลบไว้ หวังว่าผมคงไม่ได้เจอดีตั้งแต่วันแรกหรอกนะ...

 

 

 

  

ผมปิดน้ำจากฝักบัวให้หยุดไหลและหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดร่างกายให้แห้งเพราะอากาศช่วงกลางคืนของที่นี่ถึงจะไม่ได้หนาวขนาดทนไม่ไหว แต่ถ้าปล่อยให้ตัวเปียกแล้วลงไปนอนก็อาจจะไม่สบายเอาได้ง่ายๆ

 

 

 

  

ชุดนอนถูกหยิบมาสวมใส่ ผมตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกไป ร่างเล็กเจ้าของผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงที่นั่งอยู่บนเตียงชายตามามองผมเพียงชั่วครู่แล้วหันกลับไป ผมที่กำลังเช็ดผมนึกอะไรดีๆออกพลันขาก็ก้าวออกไปตามความคิด

 

 

 

  

"ฉันชื่อมิคาเงะ โล่งอกไปทีที่เพื่อนร่วมห้องไม่ใช่พวกนักเลงโต"

 

 

 

  

“…….”   ร่างนั้นเงียบกลับมาเป็นคำตอบ

 

 

 

อีกฝ่ายทำหน้าฉงนสงสัยกลับมา  ฟังไม่รู้เรื่องหรือเปล่านะ?

 

 

 

 

 "เอ่อ... มายเนมอีสมิคาเงะ ไนซ์ทูมีทยู" ผมว่าแล้วโผเข้าไปกอด ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนตัวแข็งทื่อทันที แต่พอตั้งสติสัมปชัญญะได้ หมัดลุ่นๆแทบคำตอบรับก็ถูกส่งมาประทับบนใบหน้า

 

 

 

 

ผัวะ!

 

 

 

 

อูย... ผมแทบหงายหลังก่อนจะกุมใบหน้าด้านที่ถูกต่อยไว้ พลางถูเบาๆ   เห็นตัวเล็กแบบนี้แต่หมัดหนักใช่เล่นนะเนี่ย

 

 

 

 

"จู่ๆเข้ามากอดทำบ้าอะไรเล่า!!" อีกฝ่ายโวยวายเสียงขุ่น ช่างขัดใบหน้าอันแดงก่ำเสียจริง มองดีๆเหมือนจะเห็นควันออกหูซะด้วย

 

 

 

 

 

"เอ้านี่กอดทักทายแบบชาวต่างชาติอ่ะ ไม่รู้จักหรือไง!? " ผมว่า ต้องให้ทักทายแบบไหนมันถึงจะถูกใจเจ้าหนูนี่ ผมเดาไม่ออกจริงๆ

 

 

 

 

หลังจากผมแนะนำตัวแล้วกอดร่างเล็กกว่าไป เจ้าตัวก็ทำหน้าถมึงทึงใส่เขาอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกลับไปทำสีหน้าราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างเหมือนเดิม... ตกลงมันจะไม่บอกชื่อให้เขารู้จริงๆเหรอ?

 

 

 

ผมเดินกลับไปที่เตียงของตัวเอง ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่พักใหญ่ จนผมนึกว่าคนข้างๆหลับไปแล้ว พอหันไปมองก็พบว่าเขากำลังมองผมอยู่เช่นกัน ต้องให้เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังล่ะมั้ง...?

 

 

 

 

ร่างเล็กตรงหน้ายืนขึ้นเต็มความสูง(ที่ไม่ค่อยจะมี... ในความคิดของผม)  และสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนที่ข้างเตียง ริมฝีปากบางขยับพูด

 

 

 

 

"เทย์โตะ...   เทย์โตะ  คไลน์"

 

 

 

 

"หา?"

 

 

ผมงุนงงกับคำพูดของคนตรงหน้า แต่ก่อนจะได้ทักท้วงอะไรร่างเล็กก็แทบจะกระโจนกลับไปล้มลงนอนบนเตียงอีกฝั่งแล้วคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงซะมิด

 

 

 

 

อะไร...  กัน?

 

 

 

 

ผมได้แต่นั่งขมวดคิ้วคนเดียวและมองไปยังผ้าห่มที่ถูกดึงขึ้นมาคลุมร่างนั้นจนมองไม่เห็นตัวเจ้าของอีกต่อไป พลางตีความคำพูดของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

เทย์โตะ...   เทย์โตะ  คไลน์

 

 

 

 

 

 

 

หรือว่า...

 

 

 

 

 

 

ผมหันกลับไปมองผ้าห่มผืนสีขาวที่ถูกกางจนเต็มเตียงโดยมีร่างของเพื่อนร่วมห้องอยู่ข้างใต้อีกครั้ง แสงจากดวงจันทร์สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตกกระทบบนใบหน้า พลันรอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลทองที่ส่องประกาย

 

 

 

 

 

 

คืนนี้...

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคงจะหลับฝันดีแน่ๆ...

 

 

 

 

 

.

.

.

.

 

To be continued..

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮวววววววววววววววววว!!!!!!!

คาสเตอร์ที่ร๊ากกกกกกกกกกก โดน

เรย์ขอโทษ!!!

โยนขี้มันทำพิษง่ะ

พี่นัทขา โดนคู่!
โอ้ววว เราก็รออยู่ด้วยความแปลกใจที่นัทซังไม่ได้อัพเมื่อคืนค่ะ สรุปคือ..เลททั้งคู่นี่เองquestion

ให้ความรู้สึกแปลกดีนะคะที่พออ่านพาร์ท 3 ที่เป็นเทย์จัง แล้วมาอ่านพาร์ท 4 ที่เป็นมิคาเงะ อึ้ม น่าแต่งแนวนี้บ้างจัง เข้าใจทั้งสองฝ่ายเลย น่ารักมากค่ะ เวลาแต่งนี่ต้องไปพร้อมๆ กันมั้ยคะเนี่ย หรือว่าพวกคำพูดที่เหมือนกันเอามาใส่ทีหลังsurprised smile

ขอยกอะไรมาหน่อยนึงนะคะ
"ร่างกายสมส่วนดูแข็งแกร่งสมชายชาตรี"
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด cry cry มันจะต้องไหลผ่าน..*ติ๊ด* ของมิคาเงะด้วยสินะคะ (เรานี่วอนตายจริงๆquestion)

รออ่านตอนต่อนะค้า โฮะโฮะ ได้อ่านอาทิตย์ละครั้ง

#2 By wanako_chan on 2009-04-26 23:31

เรื่องนี้สนุกดีอ่ะ จะติดตามนะฮะ^ ^

#3 By KiZUME on 2009-04-27 09:50

อ่าโห้ย ยยย~~
อ่าโห้ยยย ยย ยย~~~!!!
(อุทานอะไรแปลกๆ? = =;;)

"ปะทะฝีปาก" ขอเปลี่ยนเป็น "ประทับริมฝีปาก" ได้มั้ยฮะ?

/Me โดนจขบ.กระทืบบบ*

มาต่อเร็วๆน๊า ~~~

รอมิคาเงะ(กด)กับเทย์โตะอยู่จ้า