[07- Ghost Fanfiction] You are Mine Part.I
posted on 20 Apr 2009 21:09 by berzentyle in Fanfiction
มันมาอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม
ฟิคนี้เกิดมาได้เพราะทนความเสี้ยนไม่ไหว + สนองนี้ดตัวเองอย่างสุดฤทธิ์(ยังสุดเดชไม่ได้
เพราะมันยังไม่เรท เคะ เคะ)
หม่อมแม่จ๋าถามว่าคึกมาจากไหน เลยตอบไปว่าเพราะดื่ม 'กระทิงม่วง'
ผลิตภัณฑ์นี้สงวนเฉพาะสาววายที่มีภูมิต้านทานดีมากถึงมากที่สุด ไม่ควรดื่มเกินวันละ 25 ขวด
เพราะอาจเสียเลือดหมดตัวได้
เพิ่งเคยเขียนเกิน PG เป็นครั้งแรก จึงเขียนไปเขินไป เพื่อนที่ออนอยู่ใน msn มันจึงรับหน้าที่เป็น
ตัวระบายความเขินไป พอมากๆเข้าจึงได้คำขวัญว่า...
เขินต้องโยนขี้!!
ไม่ใช่อะไรแต่ชอบอีโมตัวนี้มากค่ะ(ฮา) ส่วนโยนขี้มันก็มาจากที่นายเฉาก๋วยทั้งสองมันโยน
ใส่กันนั่นแหละ ไม่มีอะไรเลย = =
ตอนจะลงนั่งงมหาไฟล์ เพราะดันเซฟชื่อไว้ว่า HK(ฮิวงะ*โคนัทสึ) เลยนึกไปว่า ตรูแต่งฟิค
ฮ่องกงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ???????????
ไร้สาระมามาก ไปอ่านกันเลยค่ะ^^
Title - [07-Ghost fanfiction] You are Mine
Author - Berzentyle
Rating - PG-15 (มีตั้งแต่ PG ไปได้เรื่อยๆตามอารมณ์ค่ะ =..=)
Pairing – Hyuuga x Konatsu
---------------------------------------------------------------------------------------------------
Part. I "What's this feelings?"
“พันตรี ช่วยเซ็นเอกสารนี่หน่อยครับ”
เสียงดังลอดจากริมฝีปากบางของร่างๆหนึ่ง โครงหน้าได้รูปสวยหวานเหมือนผู้หญิง เส้นผมสีทองสะท้อนแสงไฟจับตา และนัยน์ตาสีส้มกลมโตสะท้อนประกายจริงจัง ซึ่งอยู่ในชุดทหารเต็มยศแห่งหน่วยแบล็ค ฮอล์ค หรือ ‘โคนัทสึ วาร์เรน’ ที่ตอนนี้เขากำลังบังคับให้ผู้บังคับบัญชาทำงานดังเช่นเคย
“ดูนี่สิ โคนัทสึ!”
ร่างโปร่งบางชะงักมือที่กำลังยื่นส่งเอกสารให้ พลางเงยหน้าขึ้นมองกระดาษที่อยู่ในมือผู้บังคับบัญชาของเขา มันคือเอกสารทางราชการของวันก่อนที่เขานำมาให้พันตรีฮิวงะลงนามรับรอง แต่บัดนี้... เจ้ากระดาษสีขาวที่เคยมีแต่ตัวอักษรสีดำเรียงรายกลับปรากฏภาพๆหนึ่งขึ้นตรงมุมขวาบน ภาพของชายหนุ่มสวมหมวกที่มีตราหน่วยเสนาธิการตรงกลางแสดงถึงยศที่สูงกว่าทับปิดบังเส้นผมสีเงินขี้เถ้าเอาไว้ นัยน์ตาสีม่วงสะท้อนความน่าเกรงขามที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องยอมศิโรราบ ...ท่านเสนาธิการอายานามิแห่งกองทัพจักรวรรดิ
“สวยใช่ไหมล่ะ”
เขาตกตะลึงไปชั่วขณะกับความเหมือนของภาพ นัยน์ตาทอประกายด้วยความชื่นชมกับความสามารถทางศิลปะของพันตรีของเขา ปากกำลังจะเอ่ยชม แต่จิตใต้สำนึกแห่งความรับผิดชอบทำให้ยั้งไว้ได้ทัน
“พันตรี อย่าวาดรูปเล่นบนเอกสารของราชการสิครับ!!!” เขาตะโกนเสียงดัง คิดในใจว่าเกือบเห็นดีเห็นงามไปด้วยแล้วเชียว ดีที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ก่อน
“อย่าน้อยใจสิโคนัทสึ รูปเธอก็มีเหมือนกันนะ” ไม่ว่าเปล่า เจ้าตัวยังอุตส่าห์หยิบกระดาษอีกแผ่นที่วางอยู่ข้างๆกันขึ้นมาให้ดูเป็นการยืนยันอีก
เขากุมขมับ
ตอนแรกก็คิดว่าเมื่อวันก่อนพูดกันรู้เรื่องแล้วเชียว แต่ที่ไหนได้พอมาวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ไม่เห็นเหมือน พันโทคุโรยูริเลย
รายนั้นพอฮัลเซ่เอางานมาให้ก็รีบทำให้เสร็จจนตอนนี้มีเวลาว่างมากพอจนสามารถไปเดินเล่นได้อย่างสบายใจ
ผิดกับเขาและพันตรีที่ไม่ว่าจะเป็นเอกสารแค่ 2-3 แผ่น
ก็ยังแทบจะกระโจนเข้าไปบีบคอบังคับกันเสียด้วยซ้ำ
เฮ้อ...
“ถอนหายใจทำไมโคนัทสึ”
เขาหันหน้ากลับไปมองคนที่ยังวาดรูปต่ออย่างสบายใจเฉิบบนกระดาษแผ่นนั้นต่อไป แถมยังผิวปากเป็นเพลงอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าสมัยก่อนที่เขาจะเข้ามาเป็นเบกเลเตอร์นั้นจะเป็นอย่างทุกวันนี้หรือเปล่า ยังอดคิดไม่ได้ว่าตัวเขาในตอนนั้นหลงใหลในตัวคนตรงหน้าเข้าไปได้ยังไงกันนะ.. เส้นผมและดวงตาสีดำที่ส่อแววขี้เล่นยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิดเดียว ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าเหมือนมันเพิ่มมากขึ้นทุกวัน.. แต่ถึงอย่างนั้น ในเวลาสำคัญที่มีการออกรบต่อสู้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ก็ยังคงยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยนแปลง...
เหมือนในวันนั้น... วันที่แผ่นหลังกว้างใหญ่ได้ดึงดูดหัวใจเขาให้ก้าวเข้าหาและติดตามมาจนถึงทุกวันนี้
คิดแบบนี้ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
ร่างโปร่งบางที่กำลังมองเหม่อยิ้มให้ตัวเองอยู่นั้นไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่า ร่างสูงผู้นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานกำลังใช้หางตาเหลือบมองเขาอยู่ ถึงแม้มือจะยังไม่หยุดวาดรูป แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าพันตรีก็ใช้สายตาที่ดูเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวสังเกตคนตรงหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ร่างโปร่งบางที่ชอบบ่นและบังคับให้เขาทำงานสมกับความตั้งใจของเจ้าตัวที่อยากจะเข้ามาเป็นหนึ่งในแบล็ค ฮอล์ค และตอนนี้ก็ได้เป็นสมใจ เขายังจำได้ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ความทะเยอทะยานที่ไม่สิ้นสุดของคนตรงหน้า... มันทำให้เขาชื่นชม และยิ่งหลงใหลมากยิ่งขึ้นเมื่อได้เห็นดวงตาสีส้มนั้นทอประกายแห่งความภาคภูมิใจมองตรงมาที่เขา
บางทีโคนัทสึอาจจะยังไม่รู้... ว่าทำไมเขาถึงทำตัวเหลวไหล นั่งเป็นเหมือนคนว่างงานวาดรูปอยู่อย่างนี้
เพราะมนุษย์ทุกคน เมื่อได้เห็นสิ่งที่ตนชื่นชมและหลงใหลตรงหน้า... ก็ยิ่งทำให้เกิดความปรารถนา
ปรารถนาที่จะครอบครอง... และทำให้กลายเป็นของตนเพียงผู้เดียว
บางทีความอดทนของคนเรามันอาจจะสิ้นสุดง่ายกว่าที่คิดนะ โคนัทสึของฉัน...
เขาวางปากกาลงและมองไปที่เบกเลเตอร์ผมทองของเขาที่เริ่มจะรู้สึกตัวแล้วว่าถูกมอง ร่างโปร่งบางกระแอมไอพลางยื่นเอกสารแผ่นใหม่ส่งมาให้ เขาเอื้อมมือไปหาคนตรงหน้า แต่ไม่ได้รับเอกสารนะ...
หมั่บ!
โคนัทสึชะงักไปในทันที เขามองมือตนเองสลับกับใบหน้าของคนที่จับมือเขาเอาไว้พลางพยายามดึงกลับ แต่ผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานสีน้ำตาลเข้มกลับเพิ่มแรงบีบที่มือ ทำให้ดึงกลับมาไม่ได้
“เอ่อ.. พันตรี ปล่อยมือผมเถอะครับ” เขาบอก
แต่คนตรงหน้ากลับทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยินเขายังไงอย่างนั้น ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินมาหยุดข้างๆโดยที่ยังไม่ปล่อยมือ เขามองหน้าร่างสูงอย่างุนงง แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร...
ปึง!
ร่างของเขาถูกผลักให้แผ่นหลังนอนราบติดไปกับโต๊ะทำงาน กระดาษกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ บ้างก็ร่วงหล่นลงพื้น เขาตกใจจนพูดไม่ออกได้แต่อ้าปากค้างกับการกระทำของร่างสูงเบื้องหน้าที่ตอนนี้กำลังมองตรงมายังเขาด้วยแววตาที่ทอเป็นประกาย... ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เขาไม่คุ้นเคย
หรือบางทีเขาอาจจะรู้จัก... แต่ไม่อยากยอมรับ
ฮิวงะใช้สายตามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่มากล้นเกินบรรยาย ที่เป็นครั้งแรกที่เขาหมดความอดทนขึ้นมาเสียเฉยๆ เพียงแค่ได้เห็นแววตาที่ร่างนี้ใช้มองเขามันก็มากพอที่จะจุดไฟแห่งความต้องการและปรารถนาให้ลุกโชน
ริมฝีปากบางถูกครอบครองด้วยอารมณ์ความปรารถนาของคนตรงหน้า ร่างบางเม้มริมฝีปากไว้และใช้มือดันอกร่างสูงให้ถอยห่าง แต่ยิ่งผลักก็เหมือนยิ่งยุ คนตัวสูงกว่ายิ่งโน้มร่างตนเองเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนแทบจะกดเขาให้จมลงไป
“พะ พันตรี จะทำอะ... อุ๊บ!!”
นับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่เขาเปิดปากพูด เพราะเมื่อมีช่องว่าง ลิ้นของร่างสูงได้สอดแทรกเข้ามาภายในโพรงปากและกวาดหาความหอมหวานไปทั่วอย่างต้องการไม่ให้เหลือให้ใครได้เชยชิม โคนัทสึเริ่มขาดอากาศหายใจจึงเผลอเผยอริมฝีปากออกเพื่อหาออกซิเจนแต่นั่นก็ยิ่งเปิดโอกาสให้คนตรงหน้าได้รุกล้ำเข้ามามากขึ้น
จากตอนแรกที่ขัดขืน แต่พอริมฝีปากถูกช่วงชิงไป แรงที่เคยมีพลันอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว มือที่เคยดันแผ่นอกของร่างสูงให้ถอยห่างจากตนตอนนี้เปลี่ยนมาจับชายผ้าคลุมด้านบนไว้แทน ร่างบางเริ่มตอบรับไปโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นเร็วและแรงเกินกว่าที่เคยเป็น ใบหน้าและร่างกายเริ่มร้อนผ่าว
ความรู้สึกนี้... มันคืออะไรกัน
ร่างสูงถอนริมฝีปากออกมาเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มทรมานเพราะขาดอากาศนานเกินไป ร่างที่ถูกตรึงให้ติดกับพื้นโต๊ะใบหน้าแดงระเรื่อ และหอบหายใจอย่างแรงเพื่อเก็บเอาอากาศเข้าไปภายในให้มากที่สุดเพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
ร่างสูงเห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนก้มลงกระซิบที่หู
“เธอทำให้ฉันทนไม่ไหวเองนะ”
คำกระซิบมาพร้อมกับความร้อนพัดผ่านใบหูทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก ได้แต่คิดในใจว่าวันนี้พันตรีเป็นอะไรไป ทำไมจู่ๆมาทำอย่างนี้กับเขา ยิ่งความรู้สึกเมื่อซักครู่มันยิ่งทำให้เขาสบสน
คนตรงหน้ากำลังเป็นอะไร...
เขาเองก็เหมือนกัน... กำลังเป็นอะไร
ยิ่งคิดก็ยิ่งหลงทางในวังวนแห่งคำตอบจนทำให้ลืมไปเสียสนิทว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์ไหน ร่างบางรู้สึกตัวอีกเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสของฝ่ามือที่ค่อยๆไล้ขึ้นมาจากต้นขา ทำให้เขาเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ ฝ่ามือค่อยสูงขึ้นเรื่อยๆจนถึง...
แอ๊ด..
เสียงประตูถูกเปิดออกทำให้มือของร่างสูงชะงัก โคนัทสึที่ตกอยู่ภายใต้วงแขนของชายหนุ่มจึงรีบผลักร่างสูงออกมาจากตัวในทันที
“อ้าว สวัสดีโคนัทสึ”
ผู้เข้ามาใหม่ทักทายอย่างร่าเริง คุโรยูริที่ขี่คอฮัลเซ่อยู่โบกมือให้โคนัทสึ และเมื่อจะหันไปกล่าวสวัสดีกับอีกคนที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานทำให้ร่างเล็กชะงักมือที่กำลังโบกไปมา เพราะแทนที่ร่างสูงที่เขาต้องการจะทักทายควรจะอยู่ที่ตรงนั้นก่อนที่เขาจะออกไปจากห้องกับฮัลเซ่ กลับกลายเป็นว่าไปนอนกองกับพื้นพรมสีแดงเลือดหมูซะอย่างนั้น
“ทำไมฮิวงะไปนอนอยู่ตรงนั้นล่ะ อ้าว โคนัทสึจะไปไหนล่ะ!?”
ร่างบางที่พอเห็นคุโรยูริเข้ามาทักทายตัวเองก็รีบวิ่งสวนกับฮัลเซ่ที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็วจนคนมาใหม่ทั้งสองมองอย่างแปลกใจ มันเกิดอะไรขึ้น... และถ้าเขาเห็นไม่ผิด ใบ้หน้านั้นมีสีแดงระเรื่อระบายเต็มใบหน้า
ไม่ถามเปล่าแต่ยังอุตส่าห์กระโดดลงมาจากหลังของเบกเลเตอร์ผู้สูงกว่าตนเองเกือบครึ่ง และยื่นมือมาช่วยพยุงร่างของพันตรีหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน ร่างสูงค่อยๆปัดฝุ่นละอองตามร่างกายที่ติดอยู่บนผืนพรมออก ก่อนจะเหลือบมองคนมาขัดจังหวะแล้วตอบคำถาม
“ไม่มีอะไรหรอก พอดีนึกอยากลองลงไปนั่งวาดรูปกับพื้นดูน่ะ”
ช่างเป็นคำตอบที่ไม่ว่าใครก็คงดูออกว่ากำลังโกหก...
“อืม... อย่างนั้นเองหรอ” คุโรยูริเงยหน้าและเอ่ยก่อนจะหรี่ตามองน้อยๆ
“ทะเลาะกับโคนัทสึหรอ” แต่ถึงยังไงก็ยังอดสงสัยไม่ได้
“หึหึ ก็อาจจะ... ล่ะมั้ง”
ร่างสูงหัวเราะอย่างมีเลศนัยแล้วตอบแบบขอไปที ก่อนที่จะนั่งลงเบื้องหลังโต๊ะทำงานดังเดิมพลางจัดกระดาษที่กระจัดกระจายเต็มโต๊ะให้เข้าที่ ร่างเล็กที่มองอยู่รู้สึกคันปากอยากถามยิบๆแต่ถ้าเจ้าตัวไม่อยากตอบต่อให้เอาไซฟอนรัดคอก็คงไม่ยอมบอก จึงทำเพียงแค่ยักไหล่ก่อนที่จะลากฮัลเซ่ให้ไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะทำงานของตน
ตัวการที่ทำให้ร่างบางวิ่งหนีออกไปนั่งจัดเอกสารทั้งหมดให้เข้าที่ขณะลอบยิ้มที่มุมปาก พลางหยิบปากกาขึ้นมาหวังจะสร้างสรรค์งานศิลปะต่อ ในใจคิดว่าโคนัทสึคงเข้าหน้าเขาไปติดไปอีกนาน..
แต่เรื่องอะไรเขาจะยอมให้เป็นแบบนั้น
คราวหน้าเขาจะไม่ยอมให้ใครมาขัดจังหวะแน่ ต่อให้เป็นอายะตันก็เถอะ
คิดได้ดังนั้นก็ผิวปากออกมาเป็นเพลงอย่างสบายอารมณ์
“แฮ่ก... แฮ่ก”
ร่างบางที่วิ่งออกมาด้านนอกยังไม่ได้ไปไหน แต่กลับยืนพิงประตูหน้าห้องทำงานอยู่และหายใจหอบ ถ้าพันโทคุโรยูริกับฮัลเซ่ไม่เข้ามา เขาคง...
คิดถึงตรงนี้ก็สะบัดหน้าแรงๆเพื่อไล่ความคิดพิลึกๆออกไป
ไม่มีทางหรอก... พันตรีคงจะแค่ล้อเล่นเท่านั้น
ใช่... ล้อเล่นเท่านั้น
อยู่ดีๆก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ร่างบางจึงลงนั่งพิงประตูเอาไว้ เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงไม่จางหายไปจากความคิด ทั้งรอยยิ้มที่ส่งมา เสียงนุ่มที่กระซิบข้างใบหู และรสสัมผัสของริมฝีปากนั่น...
โคนัทสึรู้สึกว่าใบหน้าของตนเองร้อนผะผ่าว เขาก้มหัวลงซุกกับแขนทั้งสองข้างเพื่อซ่อนใบหน้านั้นไว้ ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ใครผ่านมาเห็นเข้า เขาคงไม่มีหน้ามาพบกับพันตรีอีกนาน แต่ก็เป็นได้แค่ความคิดเพราะถึงอย่างไร เขาก็ต้องนำเอกสารมาให้อีกฝ่ายอยู่ดี
เขาถอนหายใจก่อนจะทาบมือที่อกด้ายซ้ายของตน ถึงแม้เหตุการณ์เมื่อครู่จะทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก แต่ว่าความรู้สึกอบอุ่นที่หัวใจนี้...
มันคืออะไรกัน?
.
.
.
.
To be Continued..
---------------------------------------------------------------------------------------------------
บอกแล้วว่าโคตรจะสนองตัณหาคนแต่ง
เกิดพีคขึ้นมาทันทีหลังอ่านตอนพิเศษของ
โคนัจจี้
หึหึ ฮิวงะ*โคนัจจี้จงเจริ๊ญญญญญญญญญญญญญญญญ!!
พรุ่งนี้เจอกันกับสปอยล์ตอนที่ 3 นะคะ
จะซับนรกหรือไม่นั้นต้องติดตาม (ถ้าอินัทขี้เกียจก็เอา
แบบธรรมดา
555+)
สำหรับตอนต่อไปของ Stay by your Side
คาดว่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ค่ะ เพราะเส้นตาย
คือเที่ยงคืนวันเสาร์อีกแล้ว...(แล้วเอ็งมานั่งปั่นฟิคใหม่เนี่ยนะ)
ส่วน You are Mine ตอนที่ 2 น่าจะภายในอาทิตย์นี้แหละ
ปิดท้ายด้วย
/เผ่น



แต่แหมใสจริงนะหนู คุๆ สงสัยแบบนี้ต้องให้สอนกันไปอีกนาน กร๊ากกก เซอร์วิสคนอ่านค่ะ เซอร์วิสคนอ่านนนน~
คราวหน้าเขาจะไม่ยอมให้ใครมาขัดจังหวะแน่
แล้วคราวหน้าที่จะทำถึงไหนล่ะนั่น
#1 By Morethan on 2009-04-20 23:05