[07-Ghost Fanfiction] Stay by your Side Part.II

posted on 19 Apr 2009 22:38 by berzentyle  in Fanfiction

 


นัดเส้นตายฟิคกันไว้เมื่อวานเวลา 24.00 น.

 

 

อินัทเสร็จตอน 23.55

เรย์เสร็จตอน   23.56

 

เดิมพัีนไว้ว่าฝ่ายที่เสร็จไม่ทันจะต้องถูกอีกฝ่ายนำตัวละครที่ชอบมายำได้ตามใจชอบโดยห้าม

คัดค้านเด็ดขาด

...อายะตันรอดมาได้แบบหวุดหวิด

 

 

อย่าเพิ่งตกใจว่าพาร์ทแรกหายไปไหน   จิ้มเลย>> Part. I


 

 

เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแบบเรื่องเดียวกัน แต่ผลัดกันแสดงออกในแต่ละมุมมอง

เพราะฉะนั้นอ่านตอนไหนก่อนก็ได้ค่ะ แต่แนะนำว่า ควรอ่านตอนที่ 1 ก่อน อยู่ดี

(แล้วแกจะพูดเพื่อ... )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title - [07-Ghost fanfiction] Stay by your side

Author - Berzentyle & Rayrin

Rating - PG ใสกิ๊ง

Pairing - Mikage x Teito

Summary - เพราะมีนายในวันนั้น ถึงมีฉันในวันนี้ มือที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดนี่ ถูกชะล้างให้
สะอาดด้วยฝีมือนาย
...
เพราะนายคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ฉันมี

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

*หมายเหตุ* - ผู้เขียนขอเปลี่ยนจากการนอนรวมในเรื่อง เป็นห้องพักเดี่ยวที่อยู่กันเป็นรูมเมทนะคะ เพื่อสะดวก
ต่อฉากเรทการดำเนินเรื่องในบางส่วน

 

 

 

 

 

Part . II

 

 

 

 

ครอบครัว..  ผมอยู่ที่นี่เพื่อสิ่งนั้น

 

 

 

 

 

ที่นี่คือโรงเรียนนายร้อยแห่งจักรวรรดิบัลส์เบิร์กในเขต 1 โรงเรียนที่ลูกผู้ชายทุกๆคนใฝ่ฝัน แน่นอน..
รวมถึงผมด้วย

 

เฮ้! มิคาเงะไปกินข้าวกัน

 

ผมหันไปตามเสียงเรียกของเพื่อนคนหนึ่งในชั้นเรียน ในห้องนักเรียนเริ่มบางตาลงมากคงเพราะถึง
เวลาพักเที่ยงแล้ว ผมค่อยๆหยิบหนังสือที่ใช้ในบทเรียนวันนี้ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะเดินตามเพื่อนไป
ระหว่างทางก็อดไม่ได้ที่จะมองผ่านกระจกใสด้านข้างออกไปภายนอก ท้องฟ้าสีฟ้า ปุยเมฆสีขาว และแสงแดด
ที่สาดส่องเข้ามา.. ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ที่บ้านจะมองภาพเดียวกันกับผมอยู่หรือเปล่านะ?

ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวเล็กๆที่อาศัยอยู่ในเขต 1 มีพ่อ แม่ ผม และน้องสาวที่น่ารักหนึ่งคน  
พ่อของผมเป็นพ่อบ้านของตระกูลโอ๊ค ตระกูลสูงศักดิ์ที่ได้รับการยกย่องจากจักรวรรดิบัลส์เบิร์กและประชาชน
โดยทั่วไป เพราะคนในตระกูลนี้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆในกองทัพของจักรวรรดิมาหลายรุ่น แน่นอนว่ารวมถึง
พลเอกวาคาบะ โอ๊คคนปัจจุบันด้วย

 ผมมาสมัครเรียนที่นี่เพราะอยากจะทำให้ครอบครัวของผมภาคภูมิใจ ใช่.. ผมกรอกลงไปในเอกสาร
การสมัครอย่างนั้น มันอาจจะฟังดูสวยหรูจนเกินไป แต่มันก็มาจากความตั้งใจของผมจริงๆ  ครอบครัวของผม
ไม่ได้คัดค้านแถมยังช่วยกันสนับสนุนให้ผมได้ทำตามฝัน และในที่สุดผมก็ได้เข้าเรียนที่นี่ จริงๆแล้วมันควรจะ
ไม่มีอะไรกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ของนักเรียนนายร้อยธรรมดาๆอย่างผม ถ้าไม่ใช่..

                ไง!  เจ้าข้ารับใช้

                หมอนี่อีกแล้ว

                อ้าว ทักแล้วไม่ตอบ คิดจะแข็งข้อหรือไง?”

                ผมเพียงแค่ก้มหน้าเล็กน้อยเพราะไม่เห็นหน้าเจ้าหมอนี่ ก่อนจะเดินผ่านไปอย่างเงียบๆ หมอนี่
หรือ
ชูริ โอ๊คลูกชายของพลเอกวาคาบะ โอ๊ค ที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกับผม หมอนี่ทั้งหน้าตา ท่าทาง และลักษณะ
ดูดีมีตระกูล มองดูเผินๆอาจจะทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอยากผูกมิตรไมตรีด้วย

                เฮ้ แกนี่มันหูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินที่ฉันเรียกน่ะ

                แต่ไม่ใช่กับผม..

                หึ ก็ลูกทาสรับใช้นี่นะ

                ปึด!

                ผมรีบเดินออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะฟิวส์ขาดเข้าจริงๆ พอมาที่นี่ผมถึงได้รู้ว่าลักษณะ
ภายนอกของคนๆนั้นไม่อาจบ่งบอกถึงลักษณะภายในจิตใจได้ พอเดินทันเพื่อนที่เดินมาก่อนก็ได้ยินเสียงพูด
คุยกันอย่างแผ่วเบาดังมาจากเบื้องหน้า

                "เฮ้ยดูดิเด็กของผอ.ว่ะ คุณชายเทย์โตะเชียวนะเว้ย ได้ข่าวว่าเคยเป็นทาส"

                ผมมองไปมองตามสายตาของเจ้าของเสียงซุบซิบนินทานั่น ในสายตาปรากฏร่างที่เรียกได้ว่าออกจะ
ตัวเล็ก เกินมาตรฐานไปหน่อย ผมสีน้ำตาลที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยรับกับดวงตาสีเขียวมรกตที่กำลังมองตรงไปยัง
เบื้องหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว และสิ่งที่สะดุดตาเขามากที่สุดก็เห็นจะไม่พ้นใบหน้าบูดบึ้งนั่น หมอนี่ไม่น่าจะใช่เด็ก
นักเรียนโรงเรียนนายร้อยเท่าที่ดูจากรูปร่างภายนอกนั่น แต่เครื่องแบบที่สวมใส่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวก็
เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกับเขา

อีกสิ่งที่เขาได้รับรู้จากบทสนทนาคือ  เจ้าหนูนี่... ชื่อเทย์โตะ  หน้าตาที่บอกบุญไม่รับนั่นคงจะมีสาเหตุ
มาจากเสียงซุบซิบนินทาที่ดังไปทั่วโถงทางเดินในตอนนี้

                พวกนายไปว่าเขาทำไมเล่า

                อยู่ดีๆเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะพวกปากหอยปากปูที่กำลังนินทาคนอื่นอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่เสียง
ใคร… ผมนี่แหละ

                เขาเห็นเจ้าหนูนั่นหันกลับมามองชั่วครู่ด้วยแววตาที่ฉายแววบ่งบอกถึงความงุนงง ผมยิ้มตอบกลับไป แต่
ร่างเล็กนั่นก็หันหลังเดินต่ออย่างไม่สนใจใคร  นี่เจ้าหนูนั่น... โกรธผมด้วยหรือไง
?

                นายจะไปดีกับมันทำไมเล่า เพื่อนผมที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น

                คนแบบนั้นน่าหมั่นไส้จะตายชัก เรื่องนินทาคนนี่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ..

    เอาน่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย มันเรื่องของฉันว่ะ

                ตามใจนายมิคาเงะ

ว่าพลางเดินต่อ แต่ยังมิวายค้อนส่งมาทางหางตา ผมแค่ไม่อยากเห็นเจ้าหนูนั่นมีสีหน้าบูดบึ้งก็เท่า
นั้นเอง แต่ก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม
บางที... อาจเป็นความรู้สึกของพี่ชายที่มีน้องสาวตัวเล็กๆรออยู่ที่
บ้านล่ะมั้ง

คาบเรียนในตอนบ่ายเริ่มขึ้นด้วยความน่าเบื่อหน่ายเพราะเป็นวิชาทฤษฎีที่มีแต่การบรรยายเท่านั้น วิชานี้
ไม่ใช่วิชาบังคับ แต่ในความคิดของผม นักเรียนที่ดีก็ควรจะเข้าเรียนให้ครบทุกคาบ จริงไหม
?

วันนี้เป็นวันเปิดการเรียนการสอนวันแรก นักเรียนบางคนดูกระตือรือร้น แต่บางคนก็นั่งอ้าปากหาวหวอด
อย่างไม่เกรงใจอาจารย์ ดีที่ท่านเป็นคนไม่สนใจอย่างอื่นนอกเสียจากการพูดบรรยายที่ยิ่งกว่าบทสวดที่เคยฟังจาก
โบสถ์เสียอีก ยกเว้นจะมีนักเรียนส่งเสียงดังรบกวนสมาธิคนอื่น

ผมอ้าปากหาวเลียนแบบเพื่อนข้างๆ ก่อนที่จะฟุบหัวลงกับโต๊ะ ถึงแม้การหลับในห้องระหว่างที่อาจารย์
กำลังสอนจะดูไม่ดีไปสักหน่อย แต่คนเราก็ต้องมีวิชาที่ไม่ชอบกันบ้าง หวังว่าตื่นมาอีกทีคาบเรียนคงจะเลิกแล้วนะ...

 




 

กริ๊งงงงงงง!

เสียงกริ่งส่งสัญญาณเลิกเรียนคาบสุดท้ายของวันพร้อมๆกับที่นักเรียนในห้องหลายคนพร้อมใจกัน
เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะและยืดเส้นยืดสายหลังจากการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ผมค่อยๆปิดหนังสือที่ใช้เป็นที่รอง
หนุนมาตลอดคาบ ความหนาของมันอาจจะปาหัวใครสักคนให้แตกได้ง่ายๆ แต่คิดอีกทีมันก็มีประโยชน์เหมือนกัน

มิคาเงะ งั้นพวกฉันขอกลับห้องก่อนล่ะ อยากรู้จริงๆว่ารูมเมทฉันจะเป็นใคร

ผมโบกมือลาเพื่อนอยู่หน้าห้องเรียนที่เดินห่างออกไปก่อนจะเริ่มออกเดินบ้าง จริงสินะ... วันนี้จะได้รู้แล้ว
ว่าใครจะได้มาอาศัยอยู่ร่วมห้องกับเขา ที่นี่จัดห้องพักให้นักเรียนอยู่กันห้องละ 2 คน ผมแทบจะภาวนาต่อพระเจ้าเลย
ว่า ขอให้ไม่ใช่พวกแบบเดียวกับเจ้าชูริทีเถอะ ไม่อย่างนั้นคงได้ปวดหัวตายกว่าจะเรียนจบ

ผมเดินไปจนถึงทางแยก ด้วยความที่ตื่นเต้นโดยไม่รู้ตัวทำให้เผลอก้าวขาอย่างรวดเร็วจนแทบจะสะดุดล้ม

ฟึ่บ!

อะไรบางอย่างที่เดินสวนไปทำให้ผมเหลียวมอง ก่อนจะหันหลังไปและพบกับ..

 

เจ้าหนูนั่น...

คนที่เดินสวนทางกับผมไปหยุดชะงักครู่หนึ่ง ผมจึงโบกมือและยิ้มให้ แต่เจ้าตัวกลับหันหน้ากลับไปเดิน
ต่อโดยไม่ทักไม่ทายกันสักนิด เจ้าหนูนี่มันเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ติดลบแหง... ผมคิดเช่นนั้น ถึงจะไม่ได้เป็นคนที่มี
นิสัยแบบเจ้าชูริ ดูเผินๆออกจะเงียบขรึมด้วยซ้ำไป แต่ถ้าได้มาเป็นรูมเมทก็คงไม่ไหวเหมือนกันล่ะนะ

 

พูดถึงเรื่องนี้... รูมเมทของผมจะเป็นแบบไหนกันนะ?





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

To be continued ...

 

 

รบกวนติชมด้วยนะคะ^^ 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮ่ะๆ มาแล้วค่ะ ยังไงคู่นี้ก็น่ารักอยู่ดีเนอะconfused smile



คลั่งค่ะคลั่ง..

#2 By soul-ce on 2009-04-19 23:56

โฮะ ๆ ๆ

ตามมาโฮกตอนที่2 ต่อฮะ อร๊ายยยยยยยยย~~~cry

ยังไงก็รักคู่นี้ที่สุด~~~~

รีบมาต่อเร็วๆน๊าาา

อินี่คลั่งแล้วว วว~~~

cry cry cry
เสร็จเวลาไล่เลี่ยกันเลยนะคะ ฮุฮุ

ตกลงเป็นฟิคยาวสินะคะนัทซังcry cry
คู่นี้เราเพิ่งมาชอบตอนที่ได้ดูอนิเมะนี่ล่ะค่ะ ฮ่าฮ่า เพราะยังไงคู่โปรดก็ฟราวเทย์ไม่เปลี่ยนใจ ตอนนี้เพื่อนต่างชาติเราแต่งฟิคคู่ฮิวงะxโคนัทสึค่ะ ยังไม่ได้ไปอ่านเลยsad smile

มิเทย์น่ารักค่ะ เรท PG เองเหรอค้า อยากให้มากกว่านี้จัง (โดนนัทซัง+เรย์ซังโดดเสย) สำนวนเป็นตัวของตัวเองดีค่ะ ยังไงเอามาลงต่อเร็วๆ น้า เอายาวๆ อ้ะ เค้าจะอ่าน อยากรู้ว่าจะมีต่อคู่ฮาคุเทย์มั้ยอะจิ อิอิ

ปล.ยังไม่ได้เข้าคาเระก็ไม่เป็นไรค่ะนัทซัง แต่ยังไงวานะขอร้องให้มาช่วยดันคะแนนชุนทีนะคะ กำลังแย่ค่ะ โดนรุมใหญ่เลย ยังไงก็ต้องตัดคะแนนอายาคาว่า สึคาสะให้ลดลงให้มากที่สุดให้ได้ค่ะ รบกวนด้วยนะคะนัทซัง พลีสสสสสสส

#4 By wanako_chan on 2009-04-20 15:50

รีบอัพไวๆนะเออ=w=

#5 By KiZUME on 2009-04-25 12:21